โครงการ
ฟันเทียมพระราชทาน
เพื่อรณรงค์ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ
เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในวาระมหามงคล
80 พรรษา
ภายใต้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
ปี 2548
อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช
หลักการและเหตุผล
ผลการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 5 พ . ศ .2543-2544
พบว่าผู้สูงอายุมีการสูญเสียฟันร้อยละ 92 ในจำนวนนี้มีการสูญเสียฟันทั้งปากร้อยละ
8 คิดเป็น 470,000 คน จากข้อมูลดังกล่าวยังมีผู้สูงอายุเป็นจำนวนมากที่ต้องการบริการใส่ฟันเทียม
ร่วมไปกับการรักษาและฟื้นฟูสุขภาพช่องปากด้วยการใส่ฟันเทียมเพื่อการบดเคี้ยวอาหาร
และเพื่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ในขณะที่ทันตบุคลากรผู้ให้บริการมีจำนวนจำกัด
และการจัดบริการต้องใช้เทคโนโลยีเฉพาะ ใช้ค่าใช้จ่ายในการใส่ฟันเทียมจำนวนมาก
ดังนั้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในวาระมหามงคล 80 พรรษา ในปี 2550 กระทรวงสาธารณสุขจึงจัดทำโครงการฟันเทียมพระราชทาน
เพื่อการรณรงค์ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ
ภายใต้โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าปี 2548 โรงพยาบาลสิชล
อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงมีจุดมุ่งหมายที่จะสนับสนุน
ให้เกิดการแก้ปัญหาเร่งด่วนของผู้สูงอายุ ตามโครงการดังกล่าว
โดยการใส่ฟันเทียมทดแทนฟันที่สูญเสียไปเพื่อการเคี้ยวอาหาร
เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ
จำนวน 8 0 ราย ในปี 2548 และเพื่อลดปัญหาการสูญเสียฟันที่อาจเพิ่มขึ้น
การดำเนินงานภายใต้โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านี้
บริหารจัดการในรูปแบบ Vertical Program ทั้งระบบการเงินการคลัง
ระบบสารสนเทศ ระบบสนับสนุนการจัดบริการ และระบบตรวจสอบประเมินผลที่เหมาะสม
รวมทั้งสามารถตอบสนองความจำเป็นและความต้องการของผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุโดย
ใส่ฟันเทียมเพื่อการเคี้ยวอาหารให้กับผู้สูงอายุที่มีการสูญเสียฟัน
สร้างสุขนิสัยในการดูแลความสะอาดช่องปากทั้งฟันแท้และฟันเทียมแก่ผู้สูงอายุ
2. สร้างความมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ
เป้าหมายการดำเนินงาน ในปี 2548
1. ตรวจประเมินสภาวะช่องปากผู้สูงอายุในอำเภอสิชล จ .
นครศรีธรรมราช 960 คน (10% ของจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมด 9,607
คน )
2. ตรวจขึ้นทะเบียน ให้บริการใส่ฟันเทียม และให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากแก่ผู้สูงอายุ
จำนวน 8 0 คน
ระยะเวลาดำเนินการ
เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2548 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม
2549
เงื่อนไขในการดำเนินงาน
ผู้สูงอายุ หมายถึง ผู้ที่มีอายุ
60 ปีขึ้นไป
การตรวจประเมินสภาวะช่องปากของผู้สูงอายุเชิงรุก
เป็นการตรวจในชุมชนโดยทันตบุคลากร เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการประเมินสถานการณ์
ความจำเป็นและความต้องการในการจัดบริการใส่ฟันเทียมชนิดต่างๆ
ของผู้สูงอายุ รวมทั้งความเป็นไปได้ในการเดินทางมารับบริการ
การตรวจสภาวะช่องปากผู้สูงอายุเพื่อขึ้นทะเบียนสำหรับการใส่ฟันเทียม
เป็นการตรวจเชิงรับ ในคลินิกทันตกรรมโดยทันตแพทย์ สำหรับการวางแผนเตรียมช่องปากก่อนการใส่ฟันเทียมและวางแผนการจัดบริการใส่ฟันเทียม
หมายเหตุ : ผู้สูงอายุที่ขึ้นทะเบียนเพื่อรับบริการใส่ฟันเทียม
เป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนรอรับการใส่ฟันเทียม ของสถานบริการสาธารณสุขนั้นไว้แล้ว
หรือเป็นผู้ที่มาขอรับบริากรใหม่หรือเป็นผู้ที่มาจากการตรวจเชิงรุกและทันตบุคลากรเห็นว่ามีความจำเป็น
หรือเป็นผู้ด้อยโอกาสที่ให้เครือข่าย / ชมรมผู้สูงอายุมีส่วนในการค้นหา
การใส่ฟันเทียมในโครงการ
เป็นการใส่ฟันเทียมฐานพลาสติกชนิดถอดได้ และให้ความสำคัญกับการใส่ฟันเทียมเพื่อการเคี้ยวอาหาร
ครอบคลุมบริการดังนี้
การใส่ฟันเทียมทั้งปาก (Complete
denture)
การใส่ฟันเทียมเกือบทั้งปากตั้งแต่
16 ซี่ขึ้นไป
การให้คำแนะนำในการดูแลฟันแท้และฟันเทียม
การให้คำแนะนำในการดูแลฟันแท้และฟันเทียม เป็นมาตรการสำคัญเพื่อพัฒนาทักษะและสร้างสุขนิสัยในการดูแลความสะอาดช่องปากตนเองทั้งฟันแท้และฟันเทียม
แก่ผู้สูงอายุที่ใส่ฟันเทียม
กรณีที่ใส่ฟันเทียมทั้งปากจะทำให้ผู้สูงอายุรู้จักการดูแลรักษา
รวมทั้งการใช้ฟันเทียมให้สามารถเคี้ยวอาหารได้
กรณีที่ใส่ฟันเทียมบางส่วน
16 ซี่ขึ้นไป นอกเหนือจากการดูแลรักษาฟันเทียมแล้ว ยังจำเป็นต้องแนะนำการดูแลฟันแท้ที่เหลือ
ไม่ให้เกิดโรคในช่องปากซึ่งอาจทำให้สูญเสียฟันเพิ่มขึ้น
ขั้นตอนการดำเนินงาน
ขั้นเตรียมการ
แต่งตั้งคณะกรรมการโครงการฯ
ฟันเทียมพระราชทาน โรงพยาบาลสิชล
ประชุมคณะกรรมการเพื่อจัดระบบสนับสนุนการจัดบริการ
, ประสานงานกับชมรมผู้สูงอายุและชมรมอื่นๆ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย
จัดเตรียม / จัดหาสื่อ วัสดุ
อุปกรณ์ แบบบันทึก แบบรายงานที่จำเป็น
ขั้นดำเนินการ
จัดประชุมผู้สูงอายุ เพื่อเปิดตัวโครงการ
และรับขึ้นทะเบียนฟันเทียม
ตรวจ ประเมินสภาวะช่องปาก
ผู้ที่มาขึ้นทะเบียนฟันเทียม
จัดลำดับคิวผู้มาขึ้นทะเบียนฟันเทียมทั้งรายใหม่และรายเก่า
แจ้งให้ผู้รับบริการทราบ
จัดบริการใส่ฟันเทียมตามลำดับคิวรวมทั้งให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปาก
ขั้นรายงาน หน่วยบริการรายงานผลการปฏิบัติงานให้จังหวัดทราบทางโปรแกรม
online/offline
- รายงานการตรวจสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ
- รายงานการให้บริการใส่ฟันเทียม
- รายงานผลการติดตามผู้รับบริการที่ขึ้นทะเบียนแล้วไม่มารับบริการ
ขั้นติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล
ประเมินปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการ และติดตามคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการที่ใส่ฟันเทียมไปแล้ว
งบประมาณ
หมวดค่าบริการทางทันตกรรม
สปสช . จะจ่ายตามผลงานโดย
ค่าตรวจสุขภาพช่องปาก 6 บาท
/ คน เป็นการตรวจสุขภาพช่องปากเชิงรุก 960 คน และตรวจสุขภาพช่องปากเพื่อขึ้นทะเบียนผู้รับบริการ
200 คน โดยแบ่งจ่ายดังนี้
- ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่โดยการตรวจและบันทึกข้อมูลเข้าโปรแกรม
4 บาท / คน
- ค่าวัสดุ อุปกรณ์ ค่ายานพาหนะ และค่าสนับสนุนการจัดบริการอื่นๆของหน่วยบริการที่ทำการตรวจสภาวะช่องปาก
2 บาท / คน
ค่าบริการใส่ฟันเทียมและให้คำแนะนำ
8 0 คน โดยจ่าย 4,100 บาท / คน แบ่งจ่ายดังนี้
ค่าวัสดุ อุปกรณ์ ค่า Lab
ค่าสนับสนุนการจัดบริการอื่นๆของหน่วยบริการ 3,100 บาท
/ คน
ค่าตอบแทน ทีมจัดบริการใส่ฟันเทียมและบันทึกข้อมูล
1,000 บาท / ผู้รับบริการ 1 คน
หมวดค่าสนับสนุนการจัดบริการ
จากเงิน งบประมาณ โรงพยาบาลสิชล
ค่าของที่ระลึกผู้รับบริการใส่ฟันเทียม
คนละ 50 บาทจำนวน 80 คน เป็นเงิน 4 , 000 บาท
การประเมินผล
ประเมินการบรรลุเป้าหมาย
จำนวนผู้รับบริการตรวจสุขภาพช่องปาก
ประเมินการบรรลุเป้าหมาย
จำนวนผู้รับบริการใส่ฟันเทียม
- ร้อยละของผู้สูงอายุที่ขึ้นทะเบียนและได้รับการใส่ฟันเทียม
- ร้อยละของผู้สูงอายุที่ได้รับคำแนะนำในการดูแลฟันแท้
/ ฟันเทียม
ประเมินความพึงพอใจของผู้สูงอายุต่อการใส่ฟันเทียม
การดูแลทันตสุขภาพและต่อ บทบาทของสปสช . ในการจัดบริการทันตสุขภาพให้แก่ผู้สูงอายุ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ เมื่อสิ้นสุดโครงการ
ผู้สูงอายุไม่น้อยกว่าร้อยละ
80 ของเป้าหมายได้รับการบริการใส่ฟันเทียม
ผู้สูงอายุที่ได้รับบริการใส่ฟันเทียมร้อยละ
80 ได้รับคำแนะนำในการดูแลฟันเทียม
ผู้สูงอายุไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเป้าหมาย ได้รับบริการตรวจสุขภาพช่องปาก
และลงบันทึกในฐานข้อมูล
ตามที่ฝ่ายทันตสาธารณสุขได้จัดทำโครงการ ฟันเทียมพระราชทาน
ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2548 โดยมีเป้าหมายให้บริการใส่ฟันเทียมแก่ผู้สูงอายุจำนวน
200 คน ในปี 2550 ( เป้าหมาย ถึง 31 มีนาคม 2549 จำนวน
80 คน ) ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ โดยมีผลดำเนินการดังนี้